การแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ควบคู่กับการพัฒนา และความร่วมมือของประชาชน
จากสถานการณ์การก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ พ.ศ.2547 รัฐบาลไทยได้ใช้ความพยายามเป็นอย่างมากในการแก้ไขปัญหาโดยการทุ่มเททรัพยากรและงบประมาณ เพื่อให้เกิดสันติสุขขึ้นโดยเร็ว รวมทั้งได้มีการพัฒนาและจัดตั้งหน่วยงานเข้ารับผิดชอบด้วยการผสมผสาน ทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติโดยมีกฎหมายรองรับ ซึ่งปัจจุบันหน่วยงานฝ่ายความมั่นคงที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยในด้านชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนก็คือ "กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า" หรือ กอ.รมน.ภาค 4 สน. และฝ่ายที่รับผิดชอบด้านการพัฒนาก็คือ "ศูนย์อำนวย
ประการที่ 1 การแสดงท่าทีขององค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) ในห้วงที่ผ่านมาในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) ครั้งที่ 39 ณ กรุงจิบูติประเทศสาธารณรัฐจิบูติ ระหว่างวันที่ 15 ถึง 19 พฤศจิกายน พ.ศ.2555 ซึ่งมีผู้ทรงคุณวุฒิจากประเทศไทยเดินทางไปเข้าร่วมประชุมในฐานะผู้สังเกตการณ์ และล่าสุดในการประชุมผู้นำสูงสุดขององค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) ครั้งที่ 12 ณ กรุงไคโรประเทศอียิปด์ ระหว่างวันที่ 6 - 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2556 โดยมีผู้นำสูงสุดจากประเทศสมาชิกรวม 26 ประเทศ จากทั้งหมด 57 ประเทศเข้าร่วมประชุมซึ่งการประชุมในครั้งหลังสุดนี้ ประธานและผู้
แทนในเครือประเทศสมาชิก ที่ได้รับเกียรติเข้าร่วมประชุมได้แสดงความชื่นชมต่อการแก้ปัญหาความไม่สงบ และการดูแล พี่น้องมุสลิมของรัฐบาลไทยโดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาจังหวัดขายแดนภาคใต้ OIC ได้ออกแถลงการณ์ยอมรับความตั้งใจจริง และความพยายามในการแก้ไขปัญหาตามที่ได้แถลงการณ์ร่วมกับ OIC เมื่อปี พ.ศ. 2550 มีความว่า
“ขอแสดงความชื่นชนในความพยายามของเลขาธิการ OIC ที่ได้ติดตามสถานการณ์ของพี่น้องมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย ซึ่งรัฐบาลไทยได้ให้การสนับสนุน และมีความพยายามอย่างต่อเนื่องในการเอาชนะอุปสรรคต่างๆ เพื่อปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาในแถลงการณ์ร่วมเมื่อปี พ.ศ. 2550 พวกเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า รัฐบาลไทยจะดำเนินการในลักษณะที่เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น และใคร่ขอร้องให้เลขาธิการ OIC ร่วมมือกับรัฐบาลไทย และติดตามการพบปะ พูดคุยเชิงสร้างสรรค์ภายใต้ผลประโยชน์ของพี่น้องชาวมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทยอันนำไปสู่ผลสัมฤทธิ์ในเรื่องเสรีภาพความมั่นคง และสันติสุขต่อไป”
ประการที่ 2 ในการแถลงการณ์ร่วมเมื่อ พ.ศ.2550 คำแนะนำ และข้อห่วงใยของคณะผู้แทน OIC ในขณะนั้นรัฐบาลไทยได้แสดงความจริงใจในการนำมาแก้ไขปัญหาโดยกำหนดเป็นยุทธศาสตร์ในหลายประการ รวมทั้งได้ดำเนินการตามยุทธศาสตร์อย่างจริงจังอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น เรื่องการดำเนินการด้านสิทธิมนุษยชน การเยียวยา และการดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม การไม่กีดกันทางศาสนา รวมถึงการบังคับใช้กฎหมาย และการเปิดโอกาสให้มีการพูดคุยโดยสันติวิธี ซึ่งเหล่านี้ล้วนทำให้ทุกฝ่ายของ OIC มีความพอใจหมดความกังวล อีกทั้งยังมีความเข้าใจต่อสถานการณ์ความจริงที่ทั้งโลกได้รับรู้ว่า
1. ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยไม่ใช่ปัญหาทางศาสนา ถือเป็นเรื่องปกติของทุกประเทศ
ที่สามารถเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะประเทศที่มีชนกลุ่มน้อยจึงควรใช้แนวทางสันติวิธีในการแก้ไขปัญหา
ที่สามารถเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะประเทศที่มีชนกลุ่มน้อยจึงควรใช้แนวทางสันติวิธีในการแก้ไขปัญหา
3. การทำร้ายพี่น้องมุสลิม และผู้ที่นับถือศาสนาอื่นที่บริสุทธิ์ การขับไล่ประชาชนออกจากพื้นที่ เป็นการกระทำที่ผิดกฎบัตร OIC และหลักศาสนาอิสลาม
4. เรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันคัดค้านการใช้ความรุนแรงแต่ให้อยู่ร่วมกันโดยสมานฉันท์ และร่วมมือกับรัฐบาลไทยในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่าปล่อยให้ใครนำศาสนาอิสลามไปเชื่อมโยงกับก่อการร้าย
5. ผู้กระทำความผิดต้องถูกนำตัวมาลงโทษตามกฎหมาย ทุกคนควรมีความเสมอภาค และอยู่ร่วมกันภายใต้กฎหมาย
6. ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอาณาเขต มีความเป็นประชาธิปไตยโดยไม่อาจแบ่งแยกได้
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภาคในภาค 4 ส่วนหน้า ถือว่าความร่วมมือ ร่วมใจ ความคิดเห็นของทุกฝ่าย และท่าทีของประชาคมโลก โดยเฉพาะองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) ได้มีส่วนในการสร้างสันติภาพแสดงความมั่นใจให้เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ของประเทศไทย ซึ่งจะเป็นพลังผลักดันให้กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงได้รับทราบ และตระหนักถึงความต้องการที่แท้จริงของประชาชน อันจะนำไปสู่การยินยอม
ปรับแนวความคิดของกลุ่มหรือบุคคลให้มีการใคร่ครวญพิจารณาถึงหลักการแห่งสันติภาพ ความมีมนุษยธรรม การเคารพในหลักสิทธิมนุษยชนโดยในปัจจุบันทางรัฐบาลไทยได้เปิดโอกาส และทางออกสำหรับการออกมาพูดคุยเพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จด้วยตัวของตนเองเป็นสำคัญ
อ้างอิง http://www.southdose.com/index.php/component/k2/item/903-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%99
ปรับแนวความคิดของกลุ่มหรือบุคคลให้มีการใคร่ครวญพิจารณาถึงหลักการแห่งสันติภาพ ความมีมนุษยธรรม การเคารพในหลักสิทธิมนุษยชนโดยในปัจจุบันทางรัฐบาลไทยได้เปิดโอกาส และทางออกสำหรับการออกมาพูดคุยเพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จด้วยตัวของตนเองเป็นสำคัญ
อ้างอิง http://www.southdose.com/index.php/component/k2/item/903-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%99
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น